Showing posts with label Students Activities. Show all posts
Showing posts with label Students Activities. Show all posts

Wednesday, October 10, 2007

รับน้อง กิจกรรมนิสิต และการเมือง

ผมบ่นอยู่เสมอๆมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีแล้ว ว่าผมไม่ชอบการรับน้องแบบคลาสสิคในมหาวิทยาลัยไทย แต่ถึงกระนั้นผมก็เข้าห้องประชุมเชียร์ครบทุกครั้ง เพื่อที่จะได้พิสูจน์ความเชื่อตัวเอง และเพื่อที่จะได้บอกกับคนอื่นๆได้เต็มปากว่ามันไม่ดีเพียงไร

ในต่างประเทศเองก็มีการรับน้อง แต่การรับน้องนั้นค่อนข้างแตกต่างกับไทยทั้งในแนวคิดและวิธีการ

จากที่มหาวิทยาลัยที่ผมเรียน กิจกรรมรับน้องของที่นี่นั้นส่วนใหญ่เป็นการแนะนำและช่วยเหลือผู้เข้าเรียนใหม่ เช่น กิจกรรมพาทัวร์มหาวิทยาลัย ปาร์ตี้นานาชาติสำหรับนักเรียนต่างชาติ มีเว็บไซต์และเว็บบอร์ดไว้เพื่อตอบคำถามของนักเรียนใหม่ มีการเลือกตั้งสภาเพื่อเป็นเสียงนักเรียนต่อทางมหาวิทยาลัย ตัวสภาเองนั้นสามารถถูกตรวจสอบได้ โดยการประชุมของสภานั้นเป็นการประชุมที่เปิด นักเรียนคนใดสนใจก็สามารถเข้าไปร่วมฟังและออกความเห็นได้ด้วย

กลับมามองของบ้านเรา สาระสำคัญดันไปอยู่ที่ว่ารุ่นน้องต้องเชื่อฟังและเคารพรุ่นพี่ เพราะรุ่นพี่ที่อายุไล่เลี่ยกันนั้นมีความรู้มากกว่า และบางครั้งรุ่นพี่บางคนอาจจะรู้ไปแล้วว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องเจออะไรบ้าง ทั้งๆที่ตัวเองไม่เคยเจอมาก่อน (รุ่นพี่เขากะเอาคร่าวๆ) สภานักเรียนนั้นเป็นการเลือกแล้วเลือกเลย ไม่มีการตรวจสอบ สุดท้ายเงินกิจกรรมก็ถูกปันส่วนอย่างไม่เป็นธรรม

ประเด็นสำคัญคือ การรับน้องของไทยนั้นไม่มีการเคารพเสียงส่วนน้อย ซึ่งเป็นส่วนที่แตกต่างระหว่างการเป็นประชาธิปไตย และเผด็จการคนหมู่มาก

ผมเชื่อว่าการเมืองของประเทศ ก็สามารถมองได้จากการเมืองภายในมหาลัยได้ด้วย มันสะท้อนอะไรหลายๆอย่างในความคิดของประชาชน และที่น่าสนใจคือนิสิตในมหาวิทยาลัยนั้นด่านักการเมืองและนักเผด็จการ แต่สุดท้ายตัวเองก็ทำนิสัยแบบนั้นเสียเองโดยไม่รู้ตัว

ผมนับถือผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการวางแผนพัฒนาการรับน้อง แต่หากแผนนั้นยังเป็นเพียงแค่การสร้างภาพอย่างปัจจุบัน โดยไม่มีการลงมือทำอย่างจริงจังและทุ่มเท ผมว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้มีการรับน้องแบบเดิมต่อไป

Saturday, June 23, 2007

ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย

วันนี้ผมได้กรอกแบบสอบถามของทางมหาวิทยาลัยในขณะที่ลงทะเบียนรับปริญญาบัตรทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งคำถามที่ทางมหาวิทยาลัยถามนั้นมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับการขอคำแนะนำในการเรื่องหลักสูตร การเรียนการสอน และกิจกรรมนิสิต

ผมเกรงว่าการที่ผมกรอกระบายความอัดอั้นลงไปนั้น ผลสุดท้ายแล้วอาจเป็นความว่างปล่าวเพราะไม่มีผู้สนใจจดหมายใบน้อยๆ (จริงๆแล้วคือแบบสอบถามใบน้อยๆ) ของผม ผมจึงนำขึ้นมาวางไว้ในบล็อกส่วนตัวด้วย เนื่องจากมีความหวังเล็กๆว่า ความเห็นนี้อาจบังเอิญมีความหมายต่อผู้หลงทางเข้ามาบางคนบ้าง เท่าหางอึ่งก็ยังดี

6.2 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับหลักสูตรและสาขาวิชาที่เรียน
ควรเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหา โดยอาจลดจำนวนวิชาบังคับที่หวังดีต่อนิสิตเหลือเพียงแค่วิชาที่จำเป็นจริงๆของสาขาวิชา จากนั้นเพิ่มอากาสของนิสิตในการเลือกวิชาเสริมในด้านที่ตัวเองต้องการ เนื่องจากผู้ที่จบในปริญญาสาขานี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้โปรแกรมหนึ่งหรือเครื่องมือหนึ่งตามตลาดของประเทศให้เป็น นั่นเป็นสิ่งที่สายอาชีพควรพิจารณา ไม่ใช่ของมหาวิทยาลัย

6.3 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเรียนการสอน
ควรมีการตรวจสอบการสอนและการให้เกรดของอาจารย์ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากในสี่ปีที่ผมเรียนรู้มาผมพบว่า ในมหาวิทยาลัยอาจมีผู้ที่สอนที่ไม่มีความพยายามที่จะสอน หรือมีผู้สอนที่ไม่มีความพยายามที่จะออกเกรด แม้กระทั่งมีผู้สอนที่ไม่ต้องการออกเกรดอย่างเป็นธรรม

โดยเฉพาะในกรณีสุดท้าย นิสิตผู้ได้รับความอยุติธรรมนั้นขาดที่พึ่งที่ปลอดภัย การร้องเรียนไปยังภาควิชาหรือทางคณะนั้นกลับก่อให้เกิดผลร้ายต่อนิสิตเองอีกด้วย

6.4 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนานักศึกษา
ขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจกับกิจกรรมของนักศึกษา

ผมเห็นว่าทางมหาวิทยาลัยควรพิจารณา ยกเลิกการเก็บค่ากิจกรรมจากนิสิตในทุกภาคการศึกษา หากเงินที่นิสิตจ่ายไปนั้นนำไปใช้เพื่อกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม เช่นการรับน้องของกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง หรือการบริหารองค์กรณ์นิสิตที่นิสิตไม่มีส่วนร่วมจริงๆ

ทุกวันนี้นิสิตส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสเข้าถึงสิ่งที่ตัวเขาเองเป็นเจ้าของ ทางผู้บริหารได้ทำให้นิสิตทั่วไปเข้าถึงทรัพยากรณ์นั้นได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง แต่การที่นิสิตบางกลุ่มนั้นตัดสินใจการใช้ทรัพยากรณ์ที่ได้มา ไปในทางที่ไม่มีประโยชน์ต่อนิสิตหรือทางมหาวิทยาลัย หรือการกระทำนั้นยังเป็นที่ถกเถียง (เช่นการรับน้อง และการฟุ่มเฟือยกับการกินเลี้ยง) นั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เสียยิ่งกว่า

ผมเห็นว่ากิจกรรมนิสิตนั้นจะเกิดขึ้นได้ หากมหาวิทยาลัยคอยพลักดันอยู่ห่างๆ ให้ความช่วยเหลือในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (สถานที่ เวลา และคำปรึกษา) การผลักดันโดยมหาวิทยาลัยคอยบงการการทำงานนั้น คงเรียกไม่ได้ว่าเป็นกิจกรรมนิสิตนัก

มหาวิทยาลัยสามารถเป็นต้นแบบที่ดีของสังคมไทยที่นิสิตจะออกไปพัฒนาและใช้ชีวิตอยู่ได้ ตลอดสี่ปี่ที่ผมได้เรียนรู้มานั้นผมพบว่า สังคมนิสิตภายในมหาวิทยาลัยและสังคมของประชาชนในประเทศไทยนั้น ในภาพรวมและรายละเอียดล้วนเหมือนกันทั้งสิ้น

นั่นคือยังต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน เหมือนๆกัน

ปล. ผมเขียนขณะที่ผมกำลังมีไข้หวัด ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาดผมต้องขอโทษด้วย