Showing posts with label Politics. Show all posts
Showing posts with label Politics. Show all posts

Wednesday, August 27, 2008

This is not a pipe


This is not a pipe

This is not the rightous

This is not a viloence

This is our democracy


ตอแหลทั้งนั้น !!

(รูปประกอบจาก Wikipedia, BBC, และเว็บไซท์กองการเลือกตั้ง สนง.ตำรวจแห่งขาติ)

Friday, April 25, 2008

มติประชาชน = มติหอประชุมใหญ่ ?

วันนี้บังเอิญได้เข้าไป manager เพราะพี่คนหนึ่งพูดเรื่องการเมืองว่าฝ่ายนี้เขากำลังเร่ง "เผา" ไอ้เราก็อยากรู้ว่าคืออะไร และบังเอิญได้ไปเจอไอ้นี่เข้า

“สมศักดิ์” ชูมติประชาชนล้ม “พลังแม้ว” เพื่อชาติ

“สมศักดิ์” ชูมติประชาชน ร่วมต้าน “พลังแม้ว” ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ลั่นตายเป็นตายต้องทำความดีเพื่อชาติ เตือนนักการเมืองพรรคร่วม ริสุ่มหัว “พลังประชาชน” หมดอนาคตทางการเมืองแน่
    
  คลิกที่นี่ เพื่อฟัง สมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัย (แก้ลิงค์ออก)
    
  คลิก! ชม “สมศักดิ์ โกศัยสุข” ปราศรัย(56K) |(256K) (แก้ลิงค์ออก)
    
  วันนี้ (25 เม.ย.) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในการสัมมนาประชาชน - ติดอาวุธทางปัญญา “ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ” ครั้งที่ 2 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าวันนี้เป็นการประกาศต่อสู้อย่างเด็ดขาด ทุกคนมาด้วยใจรักชาติ บ้านเมือง และมาด้วยความที่ทนความอัปลักษณ์ของผู้ปกครองบ้านเมืองในเวลานี้ไม่ได้ โดยเฉพาะคำกล่าวอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง แล้วเป็นประชาธิปไตยนั้นไม่ถูกต้อง หากมาจากการเลือกตั้งจริง ต้องไม่มีการซื้อเสียง หากมีการซื้อเสียงก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย และที่สำคัญต้องใช้อำนาจเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อคนบางกลุ่ม บางพวกดังที่รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการอยู่
    
  นายสมศักดิ์ ยังกระตุกต่อมสำนึกรัฐบาลชุดนี้ ด้วยการให้ย้อนรำลึกถึงวันเดินทางเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าทำหน้าที่ว่า รัฐมนตรีทุกคนจะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ว่า จะซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจรติ ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนี้อย่างเคร่งครัดทุกประการ เช่นเดียวกับ ส.ส.-ส.ว.ที่ต้องปฏิญาณตน แต่เมื่อเข้ามาไม่กี่วันก็ไม่ยอมปฏิบัติตาม กลับจะไปแก้รัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องตัวเอง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนจึงไม่ได้ถูกเยียวยาอย่างที่ควรจะเป็น
    
  “รัฐบาลกำลังกลัวกระบวนการยุติธรรม กลัวการตรวจสอบ สวนทางกับเราที่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม หากกระบวนการยุติธรรมเดินไป มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรง ผลสรุปออกมาเป็นอย่างไรเราก็ยอมรับ ผิดก็คือผิดไม่ผิดก็คือไม่ผิด เรายอมรับได้หากกระบวนการยุติธรรมมันเดินไปถึงที่สุดแล้ว ขณะเดียวกันคนที่สุจริตก็ยังสามารถกลับมาดำเนินการใดๆ ก็ได้ แต่ถ้าผิดก็ควรได้รับการลงโทษ” นายสมศักดิ์ กล่าว
    
  นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ได้ขอฉันทามติจากประชาชนที่อยู่ในหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการไม่วางใจรัฐบาล พร้อมกับระบุว่า เราทุกคนล้วนแต่มีสติปัญญา เข้าใจปัญหาบ้านเมือง ประชาธิปไตยนั้นต้องไม่มีการทุจริตเลือกตั้ง และเมื่อมีอำนาจต้องไม่โกงกิน ซึ่งหากโกงกินก็เท่ากับเป็นเผด็จการทรราช ดังนั้น เมื่อเราเห็นว่าการกระทำไม่มีเหตุผลก็ต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 69 คือ ชุมนุมโดยเปิดเผย เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ต่อไป
    
  นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การชุมนุมในวันนี้ (25 เม.ย.) เป็นการชุมนุมครั้งสุดท้ายในนามพันธมิตรฯ ก่อนจะประกาศชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ในวันที่รัฐบาลยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระแรก กลุ่มพันธมิตรฯ จะชุมนุมใหญ่ในวันดังกล่าว ทุกคนไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับการทำความดี เกิดมาแล้วตายทุกคน แต่จะตายเพราะความขี้โกงหรือขี้ขลาดก็ต้องเลือกเอา เมื่อเวลาบ้านเมืองมีปัญญา เราก็ต้องลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเมือง ไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้เราจะได้ชุมนุมบนท้องถนนอย่างแน่นอน
    
  ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ ยังกล่าวเตือนสตินักการเมืองว่า อยากเรียกร้องให้นักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลคิดและตรึกตรองถึงอนาคตให้ดี หากจะร่วมหัวจมท้ายกับรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องนึกถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์ทางการเมืองของตัวเองให้มากๆ นั่งนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้มาก

สีและตัวเน้นนี่ผมเพิ่มไปเอง

คิดแล้วผมรู้สึกเครียดๆแฮะ แต่อย่างน้อยก็อยากจะบายความเครียดออกมาเห็นข้อๆให้เห็นกันชัดๆ โดยตัดเนื้อหาจุบจิบที่ไม่สบอารมณ์ตามแบบฉบับของแหล่งข่าวที่นี่

เริ่มจากหัวข่าวที่ว่า มติประชาชน แต่ในเนื้อข่าวเรากลับไม่เห็นว่ามันหมายความว่าอะไร และหากดูจากเนื้อหาในข่าวแล้วน่าจะหมายถึง มติจากคนในหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียมากกว่า

เรื่องต่อไป การโยงไปถึงการซื้อเสียง ที่ยังคงเป็นวาทกรรมเทพเจ้าอยู่เช่นเดิม ต่อให้ฝ่ายจัดเลือกตั้งจะเป็นใคร กกต เป็นใครสรรหามา วาทกรรมนี้ก็ยังสามารถพูดซ้ำได้เรื่อยๆ ถึงแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าเสียงที่ได้มานั้นมาจากการเลือกตั้ง

เรื่องรัฐมนตรีทุกคนต้องปฏิญาณตนต่อรัฐธรรมนูญ น่าจะเอาไปบอกพวกที่มาจากระบอบเผด็จการทหารด้วย และหากเรามาลองพิจารณากันว่า ถ้ารัฐบาลก่อนหน้านี้มั่วซั่วขนาดออกรัฐธรรมนูญเส็งเคร็งมา รัฐบาลใหม่สมควรแก้ไหม? หรือถ้ารัฐบาลนี้แก้รัฐธรรมนูญให้เหมือนเก่าได้จริง คิดหรือว่าทหารและปชป.จะไม่แก้ใหม่? ทำยังไงถึงแก้ได้ ทำยังไงถึงไม่ควรแก้?

เนื้อหาจดหมายมีการปลุกระดม และการสร้างภาพว่านี่เป็นความดี? นอกจากนั้นยังมีการพูดถึงเรื่อง "ไม่ตายก็ยอม" ให้ความหมายทำนองว่าการต่อต้านรัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ (แต่คนพูดไม่รู้มาจากไหน) นั้นเป็นสิ่งที่ควรยอมตายแทน

ย่อหน้าสุดท้ายก็คือการขู่นักการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม โดยเฉพาะพวกที่ครั้งหนึ่งเคยญาติดีกับกลุ่มของผู้เขียนข่าวรึเปล่า

..ผมเบื่อหวะ